แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Season 2 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Season 2 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 6 การติดตั้งไดรเวอร์ และ งานปรับแต่งพื้นฐาน


บทที่ 6 การติดตั้งไดรเวอร์และงานปรับแต่งพื้นฐาน

โปรแกรมไดรเวอร์ 
การทำงานของคอมพิวเตอร์จะต้องมีการติดต่อกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆ เช่น อุปกรณ์อินพุต/เอาท์พุต พื้นฐานอย่างคีย์บอร์ดและจอภาพ ซึ้งระบบปฏิบัติการมักจะรู้จักและสามารถเข้าไปติดต่อเพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้ได้อยู่แล้ว แต่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ ในความเป็นจริงแล้ว มีมากมายและค่อนข้างหลากหลาย และใช่ว่าคอมพิวเตอร์จะรู้จักกับอุปกรณ์เหล่านั้นได้ทั้งหมด ดังนั้น ในการที่จะให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าไปจัดการ ควบคุมและสั่งงานอุปกรณ์เหล่านั้นได้ จึงจำเป็นต้องติดตั้งไดรเวอร์

ไดรเวอร์(Driversหมายถึง ตัวขับอุปกรณ์ จัดเป็นดปรแกรมชนิดหนึ่ง ซึงปกติจะแนมาพร้อมกับอุปกรณ์ภายในกล่องบรรจุภัณฑ์ เช่น ไรเวอร์เมนบอร์ด ไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ และ ไดรเวอร์เครื่องสแกนเนอร์ เป็นต้น หน้าที่หลัของไดรเวอร์ก็คือ ช่วยให้ระบบปฏิบัติการสามารถเข้าไปติดต่อและจัการกับอุปกรณ์  O/I เหล่านั้นได้ กล่าวคือ หากระบบปฏิบัติการไม่รู้จักอุปกรณ์เหล่านี้ เราก็ไม่สามารถสั่งใช้งานอุปกรณ์นั้นได้ เพราะคอมพิวเตอร์ไม่รู้จัก หรือไม่รู้วิธีเข้าไปสั่งงานอุปกรณ์เหล่านั้นให้ทำงาน ดังนั้น การที่ได้ติดตั้งโปรแกรมไดรเวอร์ ก็เพื่อให้ระบบปฏิบัติการสามารถเข้าไปติดต่อเพื่อจัดการกับอุปกรณ์ I/O ได้นันเอง

Device Manager  ในระบบปฏิบัติการ Windows เป็นศูนย์รวมของเหล่าอุปกรณ์ที่ได้เชื่อมต่อเข้ากับหน่วยระบบ โดยรายการฮาร์ดแวร์ทั้งหมดในเครื่อง สามารถได้รับการปรับตั้งค่าผ่านศูนย์กลางห่งนี้



การปรับตั้งค่าความระเอียดของจอภา
นปัจจุบัน จอภาพที่ใช้งานล้วนเป็นแบบ LCD ทั้งสิ้น แล้วก็ยังมีทั้งจอภาพแบบที่มีสัดส่วนปกติ(4:3)
กับจอภาพแบบจอกว้าง(16:9) ที่สำคัญ ภายหลังจากการติดตั้งไดรเวอร์การ์ดจอภาพเป็นที่เรีบร้อยแล้ว ระบบปฏิบัติการจะปรับตั้งค่าความระเอียดจอภาพภายใต้ขีดความสามารถสูงสุดองจอภาพโดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกัน อัตรารีเฟรชบนจอภาพแบบ LCD ก็สามารถใช้ค่าปกติ กล่าวคือ ทั้งค่าความละเอียดและอัตรารีเฟรชของจอภาพยุคใหม่ในปัจจุบันที่ติดตั้งระบบ ปฏิบัติการ Windows 7 ขึ้นไป แทบไม่จำเป็นต้องเข้าไปปรับค่าใดๆ แล้ว ตัวระบบปฏิบัติการ Windows จะตั้งค่าที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ  
  
  เข้า Menu Windows
  คลิกเลือกที่ Setting 




 คลิ๊กเลือกที่ System

 

 คลิ๊กที่ Display 




 จะขึ้นหน้าจอนี้ และ คลิ๊กเลือกที่ Advanced display setting 




จะขึ้นหน้าจอนี้ 
ตรงหัวข้อ  Resolution จะปรากฏค่าความละเอียดต่างๆ และ สามารถปรับค่าความละเอียดได้





การเพิ่มไอคอนสำคัญๆ ไว้บนเดสก์ท็อป
หากต้องการนำไอคอนสำคัญๆ ที่มักใช้งานบ่อยๆ มาว่างไว้บนเดสก์ท็อป ก็สามารถดำเนินตามขั้นตอนดังนี้

คลิ๊กขวาเลือก Personalise


 

จะขึ้นหน้านี้ และ เลือก Themes > Theme settings




จะขึ้นหน้านี้ และ เลือก Change desktop icon




จะขึ้นหน้าต่างเล็ก คลิกเครื่องหมายถูกตรงเซ็กบ็อกซ์ ตามที่ต้องการ และ คลิ๊กปุ่มOK





การปรับขนาดไอคอนบนเดสก์ท็อป
สำหรับไอคอนที่แสดงอยู่บนเดสก์ท็อปนั้น จะถูกกำหนดค่าให้เป็นขนาดกลาง ซึ่งเป็นค่าปกติ แต่ก็สามารถปรับขนาดให้เล็กลงหรือใหญ่ขึ้นได้ 

คลิ๊กขวา เลือก View เเล้วจะมีให้เลือกขนาด คลิก เลือกขนาดตามที่ต้องการ 




จะได้ผลดังนี้


Small icon    


Medium icon 




Large icon 







การเปลี่ยนภาพพื้นหลัง
บนเดสก์ท็อป ยังสามารถปรับแต่งภาพพื้นหลังให้สวยงามน่าใช้ตามความชื่นชอบของแต่ละบุคคล โดยภาพที่สามารถนำมาเป็นพื้นหลัง สามารถเลือกจากแกลเลอรีที่ได้จัดเตรียมมาให้อยู่แล้ว เช่น แกลเลอรีภาพสถาปัตยกรรม และ ภาพวิวธรรมชาติ เป็นต้น

 คลิ๊กขวาเลือก Personalise




จะขึ้นหน้านี้ และ เลือก Background  และคลิ๊กที่ Browse




จะขึ้นหน้านี้แล้วเลือกรูปที่ต้องการ









แบบทดสอบประเมินผลการเรียน

ตอนที่1 จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.โปรแกรมไดรเวอร์คืออะไร มีบทบาทสำคัญอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ Driver หรือ Driver Computer คือ โปรแกรมหนึ่งที่จะช่วยให้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำมาประกอบเป็นคอมพิวเตอร์ สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะเป็นตัวขับเคลื่อน หรือ เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware)ไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ด การ์ดจอ เม้าส์ เครืองพิมพ์ และชิ้นส่วนต่างๆของคอมพิวเตอร์ กับ ระบบปฏิบัติการ (OS) เพื่อให้ระบบปฏิบัติการสามารถ ใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นได้ หากไม่มีไดรเวอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เหล่านั้นอาจไม่สามารถใช้งานได้ หรืออาจใช้ได้แต่ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น ทุกครั้งที่เราเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปใหม่ เช่น เมื่อต้องการจะติดตั้งการ์ดจอ

2.มานะบอกกับมีนาว่า ฉันติดตั้ง Windows แล้ว ไม่เห็นต้องติดตั้งไดรเวอร์อะไรให้ยุ่งยากเลยคอมพิวเตอร์ก็ใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้ตามปกติ หากนักเรียนเป็นมีนา จะอธิบายให้มานะเข้าใจอยางไร
ตอบ เพราะว่าในตัวระบบปฏิบัติการ Windows มี โปรแกรมไดรเวอร์ที่ติดตั้งไว้อยู่แล้ว และถ้าหากมานะไม่สามารถใช้ฮาร์แวร์บางตัวได้จำเป็นต้องอัแเดตได้เวอร์เพื่อสามารถใช้ตัวฮาร์แวร์ได้

3.ในระะบบปฏิบัติการวินโดวส์ ตรงส่วนใดที่ใช้เป็นศูนย์รวมของเหล่าอุปกรณ์ที่มีการเชื่อต่อเข้ากับหน่วยระบบ
ตอบ Device Manager เป็นโปรแกรมที่ติดต่อฮาร์แวร์และสามารถเพิ่ม Device ตัวอื่นได้

4.การตั้งค่า Refresh Rate บนจอภาพ LCD มีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ เป็นอัตราการสะท้อนแสงบนจอภาพต่อวินาทีของมอนิเตอร์เพื่อทำให้ภาพคมชัด  มีหน่วยเป็นภาพต่อวินาที หรือ เฮิรตซ์ (hertz) อัตรา Refresh rate ที่ดี อยู่ทีประมาณ 72 เฮิรตซ์ (หรือมากกว่านั้น)  ยิ่งเร็วมาก ยิ่งดีเพราะจะทำให้ภาพคมชัดมากยิ่งขึ้น  ถ้าอัตรา Refresh Rate ต่ำจะทำให้ภาพที่ได้นั้นมีอาการสั่น กระพริบ ทำให้เกิดผลเสียกับสายตาได้อย่างมาก

5.การตั้ง Screen Saver บนจอภาพ LCD มีส่วนช่วยถนอมจอภาพโดยตรงหรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ชลอการเสื่อมของจอภาพ และ ช่วยทำให้จอภาพใช้งานได้นานขึ้น 

















วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 5 การติดตั้งระบบปฏิบัติการ


บทที่ 5 การติดตั้งระบบปฏิบัติการ

สิทธิ์ความเป็นเจ้าของซอร์ฟแวร์
สิทธิ์ในความเป็นเจ้าของซอร์ฟแวร์ จะระบุถึงการอนุญาตให้ใช้งานโปรแกรมภายหลังจากโปรแกรมซอร์ฟแวร์นั้นถูกพัฒนาขึ้น โดยผู้พัฒนา(อาจเป็นบุคคลหรือระดับองค์กร)จะถือสิทธื์ความเป็นเจ้าของโปรแกรมดังกล่าว ว่าจะอนุญาตให้นำไปจำหน่าย แบ่งปัน หรือแจกจ่ายหรือไม่ รวมถึงขอบเขตการใช้งานโปรแกรมในรูปแบบต่างๆ  ซึ้งผู้ใช้ควรอ่านและศึกษาให้ดีเพราะมีผลต่อกฏหมายลิทสิทธิ์ ดีงนั้น  ซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ใช้งานในทุกวันนี้ จะมีหลายรูปแบบด้วยกัน โดยหากพิจารณาการจัดแบ่งประเภทของซอฟต์แวร์ในมุมมองทางการตลาดแล้ว จะแบ่งออกได้เป้น 4 ประเภทด้วยกัน อันได้แก่

1.ซอฟต์แวร์เพื่อการพาณิชย์
คือซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อจำหน่ายและหวังกำไร ตัวอย่างเช่น เมื่อซอฟต์แวร์ชนิดนี้มาใช้งาน มักเป็นลิขสิทธ์แบบใช้งานคนเดียว(Single-User License) เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหมายถึง ขอบเขตการติดตั้งใช้งานจะทำลงในเครื่องของเราเพียงเครื่องเดียวเท่านั้น หากมีการติดตั้งลงในเครื่องอื่นๆ หรือมีการคัดลอกลงในแผ่นซีดี/ดีวีดี แล้วนำไปแจกจ่าย จะถือว่า คุณได้ทำผิดกฏหมายละเมิดลิขสิทธิแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม กรณีองค์กรขนาดใหญ่ เช่น สถาบันศึกษาที่ต้องติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ในรูปแบบ Site License หรือ Network License ที่อนุญาตให้สามารถติดตั้งใช้งานบนคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องได้ตามความต้องการ หรือตามจำนวนเครื่องที่ระบุไว้

2.แชร์แวร์ (Shareware)
เป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์เช่นกัน โดยอาจถูกพัฒนาขึ้นโดยองค์กรหรือโปรแกรมเมอร์เพียงคนเดียวก็ได้ มีการแจกจ่ายให้ทดลองใช้งานฟรีภายในระยะเวลาที่กำหนด ที่สำคัญ โปรแกรมที่ให้ทดลองใช้งานฟรีนั้น อาจมีเครื่องมือบางตัวถูกจำกัดขอบเขตการใช้ กล่าวคือ จะมีเครื่องมือบางตัวแบบพื้นฐานให้ใช้งานฟรี รวมถึงให้ผู้ใช้งานได้ฟรีภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 30 วัน) แต่ถ้าต้องการซอฟต์แวร์เต็มคุณสมบัติ และใช้งานได้ตลอด ก็จะต้องจ่ายเงินซื้อ

3.ฟรีแวร์(Freeware)
คือซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้ฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ผู้ใช้สามารถนำโปรแกรมนี้ไปใช้งานได้ฟรี  แล้วยังสามารถแบ่งปันหรือคัดลอกไปให้ผู้อื่นก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนโปรแกรมยังคงเป็นเจ้าของสิทธิ์อยู่ ดังนั้น ผู้ที่นำไปใช้งาน ย่อมไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใดๆ กับตัวโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไข ดัดแปลง โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากผู้เขียน มิฉะนั้นจะถือว่าเข้าข่ายละเมิดสิทธิ์

4.ซอฟต์แวร์สาธารณะ
คือโปรแกรมที่ปราศจากลิขสิทธิ์ใดๆ โดยเจ้าของสิทธิ์ในตัวโปรแกรม ที่เป็นผู้พัฒนาโปรแกรมนี่ขึ้นมา มีจุดประสงค์บริจาคแก่สาธารณะ ดังนั้น  ซอฟต์แวร์ชนิดนี้ นอกจากยังใช้งานได้ฟรีแล้ว ยังสามารถคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข และแจกจ่ายให้กับบุคคลอื่นๆ ได้โดยไม่มีข้อจำกัดและข้อผูกมัดใดๆ



ระบบปฏิบัติการตามมาตรฐานปิดและมาตรฐานเปิด
ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานปิด คือซอฟต์แวร์ที่มีกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ(Proprietary) ไม่มีการเปิดเผยชุดคำสั่ง กล่าวคือ เป็นซอฟต์แวร์ที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว โดยได้รับใบอนุญาตภายใต้สิทธิ์กฏหมาย ทั้งนี้ ผู้ที่นำซอฟต์แวร์นี้ไปใช้จะต้องซื้อลิขสิทธิ์ที่ถูกต้อง เพื่อขอใบอนุญาตการใช้งานที่อยู่ภายใต้ขอบเขตและเงื่อนไขที่ระบุไว้อย่างเคร่งครัด ตัวอย่างระบบปฏิบัติการตามมาตรฐานปิด ที่รู้จักกันดีก็คือ ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์จากค่ายไมโครซอฟต์ เช่น MS-Windows , Windows Server เป็นต้น

ซอฟต์แวร์ตามมาตฐานเปิด คือซอฟต์แวร์แบบ Open Source ที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิดการอาศัยความร่วมมือจากโปรแกรมเมอร์หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลก โดยมีความตั้งใจที่จะเปิดเผยชุดคำสั่งสู่สาธารณะ
เพื่อให้เหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์เหล่านี้ขึ้นมา และ ให้ผู้ใช้งานทั่วไป สามารถนำไปใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตัวอย่างเช่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC) ประเทศไทย ที่มีเป้าหมายในการสนับสนุน ให้ใช้งานและพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเปิดขึ้นมา โดยระบบปฏิบัติการตามมาตรฐานเปิด  ที่ทาง NECTEC ได้พัฒนาขึ้น และสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น LinuxTLE (ลีนุกซ์ทะเล) เป็นต้น

ระบบปฏิบัติการ Windows 7
ขั้นตอนการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7
ในที่นี้ เป็นการติดตั้ง Windows ด้วยไฟล์ iso บน VM VirtualBox
หลังจากที่เราสร้าง Host ชื่อ Windows 7 เสร็จแล้ว เราจะมาทำการติดตั้งกันเลย
 เริ่มที่หน้านี้ให้เราตั้งค่าภาษาก่อนติดตั้ง ให้เราคลิ๊ก Next



คลิ๊ก Install now



ติ๊กที่ช่อง I accept the license terms แล้วคลิ๊ก Next





เลือก Custom (advanced)



ถึงตอนนี้ เราจะมาทำการแบ่ง partition harddisk กัน
คลิ๊กเลือก Disk 0 Unallocated Space 

แล้วคลิ๊กที่ Drive options (advanced) และให้เราคลิ๊กที่ New




ที่ช่อง size เปลี่ยนขนาดเป็น 14000 แล้วกด Apply





กด OK เพื่อยืนยัน



ได้มาแล้ว 1 partition เราจะทำ partition ที่ 2 ต่อ ทำเหมือนเดิม เลือกที่ Unallocated Space แล้วกด New





partition ที่เหลือให้ทำเหมือนเดิม เสร็จแล้วให้เลื่อนแถบสีไปที่ Partition 2 (เราจะติดตั้ง windows ลงที่ Partition นี้) 
คลิ๊ก Next




จะเป็นขั้นตอนการติดตั้ง  จากนั้น รอ 




หลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว จะ restart แล้วกลับมาจะให้เราทำการกำหนด Username และ Computer name

แล้วคลิ๊ก Next  




กำหนด Password ขั้นตอนนี้ จะใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ ถ้าไม่ใส่ก็กด Next ผ่านไป




ตั้งค่าการอับเดทวินโดว์อัตโนมัติ ให้เลือกเป็น Use recommended settings  




ตั้งค่าโซนเป็น UTC+0700 Bangkok, Hanoi, Jakarta 
กด Next 



ประเภทของการเชื่อมต่อเครือข่ายให้เลือกเป็นแบบ Public Network 




สิ้นสุดการติดตั้ง 

 










อ้างอิง  หนังสือเรียนวิชา การใช้งานระบบปฏิบัติการ รหัสวิชา  2128-2002 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาเทคนิคคอมพิวเตอร์   116 

https://www.nongit.com/blog/install-windows-7.html (17 ธันวาคม 2559)

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 4 ประเภทของโปรแกรมระบบปฏิบัติการ


บทที่ 4 ประเภทของโปรแกรมระบบปฏิบัติการ

ซอร์ฟแวร์ระบบปฏิบัติการ มีหลายชนิดด้วยกัน เนื่องจากถูกออกแบบและสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความต้องการที่แตกต่างกันคือ
1.อินเตอร์เฟซของระบบปฏิบัติการ
2.ประเภทของระบบปฎิบัติการ
3.ชนิดของซีพียูที่สนับสนุน


อินเตอร์เฟซของระบบปฏิบัติการ
อินเตอร์เฟชของระบบปฏิบัติการ สามารถถูกออกแบบให้อยู่ในรูปแบบของการโต้ตอบด้วยคำสั่ง หรือแบบกราฟิกก็ได้ โดยที่

อินเตอร์เฟซแบบคำสั่ง(Command Line)
เป็นอินเตอร์เฟชที่ผู้ใช้ต้องมีความรู้ในการโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ผ่านคำสั่งต่างๆ ดังน้ันผู้ใช้งานจึงต้องรู้ว่า ต้องป้อนคำสั่งอะไรลงไปเพื่อโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์หรือสั่งงานให้เครื่องทำ ตัวอย่างเช่น ในระบบปฏิบัติการ DOS หากต้องการสร้างไดแรกเทอรี(โฟล์เดอร์)จะต้องใช้คำสั่ง md หรือหากต้องการคัดลอกไฟล์ก็จะต้องใช้คำสั่ง Copy ซึ้งนอกจากต้องรู้คำสั่งแล้ว ยังต้องเขียนรูปแบบคำสั่งให้ถูกต้องด้วย





อินเตอร์เฟซแบบกราฟิก(Graphics User Interface : GUI)
ระบบปฏิบัติการยุคใหม่ อินเตอร์เฟซเพื่อโต้ตอบมักถูกออกแบบเป็น GUI  ซึ่งนอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังดึงดูดความสนใจแก่ผู้ใช้และยังช่วยให้การโต้ตอบระหว่างกันสะดวกยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น MS-Windows และ MAC-OS ในขณะที่ระบบปฏิบัติการ Unix และ Linux ก็จะมีเวอร์ชั่นทั้งแบบ Command Line และ GUI ทั้งนี้ อินเตอร์เฟซGUI สามารถจัดการไฟล์ได้ง่ายมาก โดยเฉพาะ Windows Explorer (ในระบบปฏิบัติการวินโดรว์) ที่หลายคนคุ้นเคยกันดีไม่ว่าจะเป็นการสร้างโฟลเดอร์  หรือลบไฟล์ต่างๆ สามารถคลิกผ่านไอคอนเพื่อทำงานทันที โดยไม่จำเป็นต้องจดจำคำสั่งแต่อย่างใด









ประเภทของระบบปฏิบัติการ
ระบบปฏิบัติการ ยังถูกจัดแบ่งประเภทดังนี้

ระบบปฏิบัติการส่วนบุคคล (Personal Operating Systems )
เป็นระบบปฏิบัติที่นำมาใช้ส่วนบุคคลเป็นหลัก ในลักษณะของผู้ใช้คนเดียวเป็นหลัก(Stand-Alone)
ตัวอย่างเช่น ระบบปฏิบัติการ Windows แต่อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการจากค่ายไมโครซอฟต์ Widows XP , Windows 7 และ Windows 8 ก็ตาม นอกจากนำมาใช้งานส่วนบุคคลได้แล้ว ยังสามารถตั้งค่าเพื่อสร้างเป็นเครือข่ายเล็กๆ  เชื่ิมต่อกัน รวมถึงการเชื่อต่อเข้ากับระบบเครือข่ายระดับองค์กร และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต



ระบบปฏิบัติการเครือข่าย(Network Operating Systems)
เป็นระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นเพื่อใช้งานบนเครือข่ายเป็นหลัก สามารถรองรับการเชื่อมต่อจากเครื่องลูกข่ายต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยมีศูนย์บริการที่เรียกว่าเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เป็นเครื่องแม่ข่ายหรือที่มักเรียกกันว่าโฮสต์ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการเครือข่าย เช่น Windows Server Novell Netware และ Unix เป็นต้น




ชนิดของซีพียูที่สนับสนุน
โดยทั่วไปแล้ว ระบบปฏิบัติการมักถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานบนซีพียูประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ใช้งานกับซีพียูของเครื่องพีซีทั่วไป เครื่องเซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่นอกจากนี้ ยังมีระบบปฏิบัติการแบบ 32 บิต และ 64 บิต  ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมเช่น ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ก็จะมีทั้งแบบ 32 หรื 64 บิต ให้เลือกใช้งาน นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมของซีพียูที่ใช้งานบนเครื่องพีซีทัวไป ก็ยังมีทั้งแบบ CISC และ RISC

ซีพียู CISC (Complex Instruction Set Computing)
สถาปัตยกรรมซีพียูชนิดนี้ ภายในซีพียูจะประกอบไปด้วยชุดคำสั่งภายในจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชุดคำสั่งพื้นฐานและชุดคำสั่งที่มีความซับซ้อน โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานบนพีซียูชนิดนี้ จะใช้ประโยชน์จากคำสั่งที่บรรจุอยู่ภายในซีพียุได้ทันที จึงทำให้ตัวโปรแกรมเขียนได้ง่ายและสั่นลง อย่างไรก็ตาม ด้วยชุดคำสั่งที่บรรจุอยู่ภายในซีพียูที่มีมากถึง 200-300 ชุดคำสั่ง ย่อมส่งผลให้ซีพียูมีขนาดใหญ่ขึ้น ใช้พลังงานมากขึ้น จึงทำให้เกิดความร้อนสะสมสูง อีกทั้งชุดคำสั่งต่างๆ เหล่านี้ ก็ใช่ว่าจะถูกเรียกใช้งานเป็นประจำจากตัวโปรแกรมเนื่องจากโปรแกรมโดยส่วนใหญ่มักเรียกใช้งานเพียงบางชุดคำสั่งเท่านั้น ตัวอย่างเช่นซีพียูที่ใช้สถาปัตยกรรม CISC เช่น ชิปตระกูล Intel และ AMD ซึ่งพีซีคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่ในทุกวันนี้ล้วนเป็นซีพีแบบ CISC ทั้งสิ้น


  














ซีพียู RISC (Reduced Instruction Set Computing)
เป็นสถาปัตยกรรมซีพียูที่มีแนวคิดตรงข้ามกัน CISC โดยสิ้นเชิง กล่าวคือ ภายในซีพียู RISC จะมีชุดคำสั่งภายในที่น้อยกว่า โดยบรรจุชุดคำสั่งพื้นฐานง่ายๆ ที่ใช้งานอยู่เป็นประจำกล่าวคือ เป็นชุดคำสั่งที่ส่วนใหญ่ล้วนจำเป็นต่อการถูกเรียกใช้งานจากโปรแกรมอยู่บ่อยๆ นั่นเอง ส่วนคำสั่งที่ซับซ้อนก็จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของระบบปฏิบัติการในการนำคำสั่งพื้นฐานที่มีอยู่มาประกอบเข้าด้วยกันทำให้การประมวลผลคำสั่งของซีพียุ RISC ใช้เวลาน้อยกว่า CISC และด้วยภายในซีพียู RISC ที่มีการบรรจุเฉพาะชุดคำสั่งพื้นฐานเท่านั้น จึงทำให้ซีพียูมีขนาดเล็ก และใช้พลังงานน้อยมาก ตัวอย่างซีพียูที่ใช้สถาปัตยกรรม RISC เช่น ชิปตระกูล Power PC , Silicon Graphics และ DEC Alpha  เป็นต้น






ระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและเซิร์ฟเวอร์
ในหัวข้อ จะขอกล่าวถึงระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้งานบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และ บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อันได้แก่ ระบบปฏิบัติการ Dos , Windows , Windows Server , Mac-OS , Unix และ Linux

ดอส (Disk Operating System : DOS)
เริ่มมีใช้ครั้งแรกบนเครื่อง IBM PC ประมาณปี ค.ศ. 1981 เรียกว่าโปรแกรม PC-DOS ต่อมาบริษัทไมโครซอฟต์ได้สร้าง MS-DOS สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่รุ่น Versions 1.0 2.0 3.0 3.30 4.0 5.0 6.0 และ 6.22 ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ MS-DOS อยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะไมโครคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ ที่มีทรัพยากรของระบบน้อย การใช้คำสั่งดอส โดยการพิมพ์คำสั่งที่เครื่องหมายพร้อมรับคำสั่ง ในลักษณะ Command Line ซึ่ง DOS ติดต่อกับผู้ใช้ด้วยการพิมพ์คำสั่ง ไม่มีภาพกราฟิกให้ใช้ เรียกว่าทำงานในโหมดตัวอักษร Text Mode


วินโดวส์(Windows)

 Windows คือ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ระบบหนึ่ง (operating system) สร้างขึ้นโดยบริษัทไมโครซอฟต์ เนื่องจากความยากในการใช้งานดอสทำให้บริษัท ไมโครซอฟต์ได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Windows ที่มีลักษณะเป็น GUI (Graphic-User Interface) ที่นำรูปแบบของสัญลักษณ์ภาพกราฟิกเข้ามาแทนการป้อนคำสั่งทีละบรรทัด ซึ่ง ใกล้เคียงกับแมคอินทอชโอเอส เพื่อให้การใช้งานดอสทำได้ง่ายขึ้น แต่วินโดวส์จะยังไม่ใช่ระบบปฏิบัติการจริง ๆ เนื่องจากมันจะทำงานอยู่ภายใต้การควบคุมของดอสอีกที กล่าวคือจะต้องมีการติดตั้งดอสก่อนที่จะติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows และผู้ใช้จะสามารถเรียกใช้คำสั่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในดอสได้โดยผ่านทางWindows   ซึ่ง Windows จะง่ายต่อการใช้งานมากกว่าดอส



ระบบปฏิบัติการ Windows XP
  WindowsXP เป็นระบบปฏิบัติการ ที่เริ่มวางตลาดในปี ค.ศ. 2001 โดยตั้งชื่อ ให้รับกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดว่า Microsoft Windows XP โดยคำว่า XP ย่อมาจาก experience แปลว่ามีประสบการณ์ โดยทางบริษัทผู้สร้าง กล่าวว่าการตั้งชื่อเช่นนี้ มีเหตุผลมาจากที่ต้องการสื่อให้เห็นถึงการ ได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ จากการใช้ Windows XP ทุก ๆ ประมาณ 2 ปี บริษัทไมโครซอฟต์ผู้ผลิตโปรแกรมวินโดวส์ จะวางตลาดวินโดวส์รุ่นใหม่ ๆ โดยได้ใส่เทคโนโลยีที่ทันสมัย และเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เป็นข้อด้อยของวินโดวส์รุ่นเก่า เพราะฉะนั้น ผู้ที่ต้องการเทคโนโลยีใหม่ ๆ Windows XP มีจุดเด่นและความสามารถมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบใช้งานที่ดูสวยงาม และง่ายกว่าวินโดวส์รุ่นเก่า ๆ มีระบบช่วยเหลือในการปรับแต่งมากมาย เช่นระบบติดตั้งฮาร์ดแวร์ ติดตั้งเครือข่าย และสร้างผู้ใช้ในเครือข่าย การสร้างแฟกซ์ด้วยคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมรุ่นใหม่ แถมมาให้หลายโปรแกรม เช่นโปรแกรมดูหนังฟังเพลง (Windows Media Player 8)และโปรแกรมท่องโลกอินเทอร์เน็ต (Internet Explorer 6) เหมาะสำหรับนักคอมพิวเตอร์มือใหม่ และผู้ใช้งานทั่วไปอย่างยิ่ง  Windows XP มีให้เลือกใช้สองรุ่นคือ Windows XP Home Edition ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้งานตามบ้าน ที่ไม่เชื่อมต่อกับเครือข่าย และอีกรุ่นคือ Windows Xp Professional Edition ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้งานในองค์กร ตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายได้ดี คนที่ใช้วินโดวส์เวอร์ชั่น XP จะต้องใช้เครื่องที่มีทรัพยากรมาก เช่น ซีพียู เพนเทียม 300 MHz ขึ้นไป แรมไม่ต่ำกว่า 128 MB ฮาร์ดดิสก์เหลือกพื้นที่ว่างมากกว่า 1.5 GB เป็นต้น







ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Vista
เป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดจากไมโครซอฟท์ ที่พัฒนาต่อมาจาก Microsoft Windows XP และ Microsoft Windows Server 2003 ที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความล้ำสมัย ทั้งรูปร่างหน้าตา (Interface) และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ นอกจากที่ Vista จะมีความพิเศษในเรื่องฟังก์ชั่นต่างๆ แล้ว ไมโครซอฟท์ได้ปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยและเน็ตเวิร์คให้สามารถทำงานได้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้นปัจจุบันได้วางจำหน่ายให้กับองค์กรธุรกิจวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 และวางจำหน่ายให้กับผู้ใช้ทั่วไปวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2550 ไมโครซอฟท์ประกาศใช้ชื่อ Microsoft Windows Vista อย่างเป็นทางการแก่สื่อมวลชนในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 แทนที่ชื่อรหัส ลองฮอร์น (Longhorn) โดยคำว่า วิสตา ในภาษาอังกฤษ หมายถึงมุมมอง หรือทิวทัศน์



windows 7
ในปลายปี 2543 โลกเข้าสู่ยุคของระบบไร้สาย เมื่อ Windows 7 วางจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2552 แล็ปท็อปมียอดขายดีกว่าเดสก์ท็อปพีซีและมีการใช้งานออนไลน์กันโดยทั่วไปผ่าน ฮอตสปอตไร้สายสาธารณะ เช่น ร้านกาแฟ เครือข่ายไร้สายสามารถสร้างได้ในสำนักงานหรือบ้าน Windows 7 มีคุณลักษณะจำนวนมาก เช่น วิธีการใหม่ๆ ในการทำงานกับหน้าต่าง ไม่ว่าจะเป็น Snap, Peek หรือ Shake Windows Touch ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งให้คุณสามารถใช้นิ้วเพื่อเรียกดูเว็บ พลิกดูภาพถ่าย และเปิดแฟ้มและโฟลเดอร์ คุณสามารถส่งกระแสข้อมูลเพลง วิดีโอ และภาพถ่ายจากพีซีของคุณไปยังสเตอริโอหรือทีวี ในฤดูใบไม้ร่วงปี 2553 Windows 7 สามารถขายได้เจ็ดสำเนาต่อวินาที ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่ขายเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์




windows 8
 วินโดวส์ 8 เป็นระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ เริ่มพัฒนาก่อน Windows 7 ในปี 2009 ประกาศออกมาตั้งแต่ปี 2011 Windows 8 ปล่อยออกมา 3 เวอร์ชันอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2554 ถึงเดือนพฤษภาคม 2555 ส่งไปยังผู้ผลิตในวันที่ 1 สิงหาคม 2555 และเปิดให้ใช้งานโดยกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปในวันที่ 26 ตุลาคม 2555 วินโดวส์ 8 ปรับเปลี่ยนโดยเน้นการใช้งานบนอุปกรณ์พกพาเช่น แท็บเล็ต เพื่อเป็นคู่แข่งกับระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพาอื่น ๆ เช่น ไอโอเอสและแอนดรอยด์ และได้ปรับปรุงส่วนติดต่อกับผู้ใช้งาน ทีมีชื่อว่ารูปแบบโมเดิร์นมีหน้าตาที่เรียบง่าย และสะดวกต่อการใช้งาน มีการอัปเดตแอปต่าง ๆ ตลอดเวลาด้วยระบบไลฟ์ไทล์และยังผนวกโปรแกรมป้องกันไวรัสเข้ามากับระบบปฏิบัติการโดยตรง ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องไปซื้อโปรแกรมป้องกันไวรัสเพิ่มเติม






แมคโอเอส(Mac-OS)
แมคโอเอส (Mac OS) เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอช โดยทั้งคู่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์. แมคโอเอสเป็นระบบปฏิบัติการที่มีส่วนต่อประสานกับผู้ใช้แบบกราฟิก (GUI) รายแรกที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์รุ่นแรกๆ ของระบบปฏิบัติการนี้ ไม่ได้ใช้ชื่อแมคโอเอส, อันที่จริงระบบปฏิบัติการนี้ในรุ่นแรกๆ ยังไม่มีชื่อเรียกด้วยซ้ำ
ทีมพัฒนาแมคโอเอสประกอบด้วย บิลล์ แอตคินสัน, เจฟ รัสกิน, แอนดี เฮิตซ์เฟลด์ และคนอื่นๆ

แมคโอเอสเป็นระบบปฏิบัติการที่นิยมเป็นอันดับสองรองจาก วินโดวส์ 




ยูนิกซ์(Unix)
นิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการประเภทหนึ่ง ที่เป็นเทคโนโลยีแบบเปิด (open system)ซี่งเป็นแนวคิดที่ผู้ใช้ไม่ต้อง ผูกติด กับระบบใดระบบหนึ่งหรืออุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกัน นอกจากนี้ยูนิกซ์ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานใน ลักษณะให้มีผู้ใช้ได้หลายคน ในเวลาเดียวกัน เรียกว่า มัลติยูสเซอร์ (multiusers)และสามารถทำงานได้หลาย ๆ งานใน เวลาเดียว กันในลักษณะที่เรียกว่ามัลติทาสกิ้ง (multitasking)





ลินุกซ์(Linux)
ลินุกซ์ (Linux) และรู้จักในชื่อ กะนู/ลินุกซ์ (GNU/Linux) โดยทั่วไปเป็นคำที่ใช้ในความหมายที่หมายถึงระบบปฏิบัติการแบบยูนิกซ์ โดยใช้ลินุกซ์ เคอร์เนล เป็นศูนย์กลางทำงานร่วมกับไลบรารีและเครื่องมืออื่น ลินุกซ์เป็นตัวอย่างหนึ่งในฐานะซอฟต์แวร์เสรี และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง ทุกคนสามารถดูหรือนำโค้ดของลินุกซ์ไปใช้งาน, แก้ไข, และแจกจ่ายได้อย่างเสรี ลินุกซ์นิยมจำหน่ายหรือแจกฟรีในลักษณะเป็นแพคเกจ โดยผู้จัดทำจะรวมซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานในด้านอื่นเป็นชุดเข้าด้วยกัน เริ่มแรกของของลินุกซ์พัฒนาและใช้งานในเฉพาะกลุ่มผู้ที่สนใจ ซึ่งในปัจจุบันลินุกซ์ได้รับความนิยมเนื่องมาจากระบบการทำงานที่เป็นอิสระ ปลอดภัย เชื่อถือได้ และราคาต่ำ จึงได้มีการพัฒนาจากองค์กรต่าง ๆ เช่น ไอบีเอ็ม ฮิวเลตต์-แพคการ์ด และ โนเวลล์ ใช้สำหรับในระบบเซิร์ฟเวอร์และพีซี เริ่มแรกลินุกซ์พัฒนาสำหรับใช้กับเครื่อง อินเทล 386 ไมโครโพรเซสเซอร์ หลังจากที่ได้รับความนิยมปัจจุบัน ลินุกซ์ได้พัฒนารับรองการใช้งานของระบบสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ในระบบต่าง ๆ รวมถึงในโทรศัพท์มือถือ และกล้องวิดีโอ








ระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ 
เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกออกแบบมาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่โดยเฉพาะ เช่น Windows phone , Android , Apple , IOS , BlackBerry , HP WebOS  และ Symbian เป็นต้น


Windows Phone 
วินโดวส์โฟน เป็นตระกูลระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือกรรมสิทธิ์ ที่พัฒนาโดยไมโครซอฟท์ และเป็นทายาทที่ของวินโดวส์โมเบิล แม้ว่าจะขัดกับมัน มีวัตถุประสงค์หลักในตลาดผู้บริโภคมากกว่าตลาดองค์กรเปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2010 พร้อมกับการเปิดตัวในทวีปเอเชียต่อไปในช่วงต้นปี ค.ศ. 2011เวอร์ชันล่าสุดของวินโดวส์โฟนคือ วินโดวส์โฟน 8 ซึ่งได้รับการบริการให้แก่ผู้บริโภคตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2012ด้วยระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน ไมโครซอฟท์สร้างผู้ใช้ใหม่ในอินเตอร์เฟซ ที่มีภาษาการออกแบบที่เรียกว่า โมเดิร์นสไตล์ ยูไอ นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ถูกรวมเข้ากับบริการของบุคคลที่สามและการบริการของ ไมโครซอฟท์




Android
แอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์ซ และกูเกิลได้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์อาปาเชซึ่งโอเพนซอร์ซจะอนุญาตให้ผู้ผลิตปรับแต่งและวางจำหน่ายได้ (ภายใต้เงื่อนไขที่กูเกิลกำหนด) รวมไปถึงนักพัฒนาและผู้ให้บริการเครือข่ายด้วย อีกทั้งแอนดรอยด์ยังเป็นระบบปฏิบัติการที่รวมนักพัฒนาที่เขียนโปรแกรมประยุกต์ มากมาย ภายใต้ภาษาจาวา ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2555 มีโปรแกรมมากกว่า 700,000 โปรแกรมสำหรับแอนดรอยด์ และยอดดาวน์โหลดจากกูเกิล เพลย์ มากถึง 2.5 หมื่นล้านครั้งจากการสำรวจในช่วงเดือน เมษายน ถึง พฤษภาคม ในปี พ.ศ. 2556 พบว่าแอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการที่นักพัฒนาเลือกที่จะพัฒนาโปรแกรมมากที่สุด ถึง 71% ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนำหน้าซิมเบียน ในไตรมาสที่ 4 ของปี พ.ศ. 2553และยังเป็นทางเลือกของผู้ผลิตที่จะใช้ซอฟต์แวร์ ที่มีราคาต่ำ, ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดี สำหรับอุปกรณ์ในสมัยใหม่แม้ว่าแอนดรอยด์จะดูเหมือนได้รับการพัฒนาเพื่อใช้กับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต แต่มันยังสามารถใช้ได้กับโทรทัศน์, เครื่องเล่นวิดีโอเกม, กล้องดิจิทัล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ แอนดรอยด์เป็นระบบเปิด ทำให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาคุณสมบัติใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา






Apple IOS
แอนดรอยด์ (อังกฤษ: Android) เป็นระบบปฏิบัติการที่มีพื้นฐานอยู่บนลินุกซ์ ในอดีตถูกออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้จอสัมผัส เช่นสมาร์ตโฟน และแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันได้แพร่ไปยังอุปกรณ์หลายชนิดเพราะเป็นมาตรฐานเปิด เช่น Nikon S 800 C กล้องดิจิตอลระบบแอนดรอยด์ หม้อหุงข้าว Panasonic ระบบแอนดรอยด์ และ Smart TV ระบบแอนดรอยด์ รวมถึงกล่องเสียบต่อ TV ทำให้สามารถใช้ระบบแอนดรอยด์ได้ด้วย Android Wear นาฬิกาข้อมือระบบแอนดรอด์ เป็นต้น ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท แอนดรอยด์ (Android, Inc.) ซึ่งต่อมา กูเกิล ได้ทำการซื้อต่อบริษัทในปี พ.ศ. 2548 แอนดรอยด์ถูกเปิดตัวเมื่อ ปี พ.ศ. 2550 พร้อมกับการก่อตั้งโอเพนแฮนด์เซตอัลไลแอนซ์ ซึ่งเป็นกลุ่มของบริษัทผลิตฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ และการสื่อสารคมนาคม ที่ร่วมมือกันสร้างมาตรฐานเปิด สำหรับอุปกรณ์พกพา โดยสมาร์ตโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เครื่องแรกของโลกคือ เอชทีซี ดรีม วางจำหน่ายเมื่อปี พ.ศ. 2551 IOS (ก่อนหน้าiPhone OS ) เป็นระบบปฏิบัติการมือถือที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดยบริษัท Apple Incออกจำหน่ายในปี 2007 สำหรับiPhoneและiPod Touch ของมันได้รับการขยายเพื่อรองรับอุปกรณ์ที่แอปเปิ้ลอื่น ๆ เช่นiPadและโทรทัศน์แอปเปิ้ลซึ่งแตกต่างจากไมโครซอฟท์ 's Windows CE (Windows โทรศัพท์ ) และGoogle 's Android , แอปเปิ้ลไม่ได้ใบอนุญาตสำหรับการติดตั้ง IOS บนฮาร์ดแวร์ที่ไม่ใช่แอปเปิ้ล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2012 , แอปเปิ้ลที่ App Storeมีมากกว่า 650,000 โปรแกรม IOS ซึ่งได้รับการเรียกรวมดาวน์โหลดมากกว่า 30 ล้านครั้ง มันมีส่วนแบ่ง 16% จากมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการหน่วยที่ขายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2010 หลังทั้งสองของ Google 's AndroidและNokia 's Symbian ในเดือนพฤษภาคม 2010 ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็คิดเป็น 59% ของการใช้โทรศัพท์มือถือบนเว็บของข้อมูล(รวมถึงการใช้ทั้งบนไอพอดทัชและไอแพด ) ส่วนติดต่อผู้ใช้ของ IOS ขึ้นอยู่กับแนวคิดของการจัดการตรงโดยใช้ท่าทางสัมผัสหลาย . องค์ประกอบการควบคุมการเชื่อมต่อประกอบด้วยเลื่อนสวิตช์และปุ่ม เพื่อตอบสนองผู้ใช้ป้อนเป็นได้ทันทีและให้อินเตอร์เฟซของเหลว ปฏิสัมพันธ์กับระบบปฏิบัติการรวมถึงท่าทางเช่นรูด , แตะ , หยิกและหยิกย้อนกลับซึ่งทั้งหมดนี้มีความหมายเฉพาะในบริบทของระบบปฏิบัติการ IOS และอินเตอร์เฟซแบบมัลติทัชของมัน ภายใน accelerometers ถูกนำมาใช้โดยการใช้งานบางอย่างเพื่อตอบสนองต่อการสั่นของอุปกรณ์ (หนึ่งผลเหมือนกันคือคำสั่ง undo) หรือหมุนมันในสามมิติ (หนึ่งผลร่วมกันคือการเปลี่ยนจากแนวตั้งเป็นโหมดแนวนอน) IOS มาจากOS Xกับที่มันหุ้นดาร์วินรากฐานและดังนั้นจึงเป็นUnixระบบปฏิบัติการใน Ios, มีสี่เป็นชั้น abstractionหลักของระบบปฏิบัติการชั้น: Core Servicesชั้นชั้น Media, และโกโก้ Touchชั้น รุ่นปัจจุบันของระบบปฏิบัติการ (IOS 5.1.1) อุทิศ 1-1.5 GB ของหน่วยความจำแฟลชของอุปกรณ์สำหรับพาร์ติชันระบบที่ใช้ประมาณ 800 MB ของพาร์ติชันที่ (ที่แตกต่างกันไปตามรุ่น) สำหรับ IOS ตัวเอง



HP webOS
HP webOS หรือรู้จักกันในอีกชื่อว่า Palm webOS เป็นระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถือ ที่พัฒนามาจาก พื้นฐานระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ซึ้งพัฒนามาเพื่อใช้งานบนเครื่องปาล์ม เช่น Palm Pre และ HP Veer เป็นระบบที่สนับสนุนลักษณะการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง รวมถึงคุณสมบัติด้านอื่นๆ 
เช่นเดียวกับระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถืออื่นๆ ทั้งนี้ หากผู้ใช้ต้องการใช้งานแอปพลิเคชั่นเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน App Catalog



Symbian OS 
ซึ่ง Symbian OS ก็คือระบบปฏิบัติการชนิดหนึ่งที่ออกแบบมาสำหรับโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์สื่อสารไร้สายโดยเฉพาะ เป็นระบบปฏิบัติการที่เน้นการใช้งานที่ง่าย ประหยัดพลังงาน ใช้หน่วยความจำขนาดเล็ก มีความปลอดภัยทางด้านข้อมูลสูง ซึ่งถ้าจะให้นึกภาพออกง่ายๆ ลองนึกถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ มันก็จะมีระบบปฏิบัติการ Windows OS หรือ Linux OS อยู่ เป็นลักษณะทำนองเดียวกันระบบปฏิบัติการ (Operating System) คืออะไร ง่ายๆ ก็ให้นึกถึง Windows ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ดู ไม่ว่าจะเป็น XP, 2000, 98, 2003, ME หรืออื่นๆ และลองนึกถึงเครื่องเล่นเกมส์แบบพกพาเช่น game boy ดู จะเห็นว่ามันทำได้แค่เล่นเกมอย่างเดียวเท่านั้น จะให้มันทำงานอย่างอื่นให้คงไม่ได้ เปรียบเสมือนมือถือทั่วไปที่ไม่มีระบบปฏิบัติการสำหรับมือถือโดยเฉพาะ ทำงานได้ตามความสามารถหรือฟังก์ชันที่มีอยู่แต่เดิมเท่านั้นประโยชน์ของ Symbian OS ก็คือจะช่วยให้โทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ เครื่องหนึ่งมีความสามารถและความฉลาดมากกว่ามือถือทั่วไป จึงทำให้ถูกเรียกว่ามือถือ Smartphone โดยจะสามารถทำงานนอกเหนือจากการใช้โทรศัพท์ได้หลายอย่าง คล้ายกับการนำเครื่อง PDA หรือ Pocket PC มารวมกันกับโทรศัพท์มือถือนั่นเองซึ่งถ้ามือถือรุ่นใดไม่มีระบบปฏิบัติการ Symbian OS ก็จะทำงานได้ค่อนข้างจำกัดอยู่ที่คุณสมบัติเท่าที่ตัวเครื่องให้มา เน้นฟังก์ชันที่ควรจะมีสำหรับโทรศัพท์มือถือ ไม่มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งโปรแกรมใช้งานเพิ่มเติมตามที่ต้องการได้อย่างเต็มที่






อ้างอิง
หนังสือเรียนวิชา การใช้งานระบบปฏิบัติการ รหัสวิชา  2128-2002 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม               สาขาเทคนิคคอมพิวเตอร์   116

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0% (15 ธันวาคม 2559)